ระบบกำลังทำการเรียกข้อมูล โปรดรอสักครู่ ....















 


ผลงานทางวิชาการการศึกษา เรื่องที่ 2393 วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 23 ท่าน ผู้ชมขณะนี้ 18 ท่าน

คลิกอ่านผลงานอื่น ๆ


การพัฒนากลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล ของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

      บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาสภาพแวดล้อมและแนวทางการสนับสนุน นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 2) พัฒนากลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 3) เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และประโยชน์ของกลยุทธ์การทำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 4) เพื่อทดลองใช้และประเมินความพึงพอใจต่อกลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพแวดล้อมและแนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผลโดยการศึกษาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) กลุ่มเป้าหมายได้แก่ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน จำนวน 30 คน โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสรุปอุปนัย (Analytic lnduction) และศึกษารายกรณี (Case Study) แนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ของสำนักการศึกษา เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี กลุ่มเป้าหมายได้แก่บุคลากรในสำนักการศึกษา เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 คน โดยการสัมภาษณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสรุปอุปนัย (Analytic lnduction) ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนากลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา จำนวน 9 คน โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสรุปอุปนัย (Analytic lnduction) ขั้นตอนที่ 3 การประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และประโยชน์ของกลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน จำนวน 30 คน โดยใช้แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และประโยชน์ของนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย และขั้นตอนที่ 4 การทดลองใช้และประเมินความพึงพอใจต่อกลยุทธ์การนำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล โรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 622 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1- มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) จำนวน 234 คน ได้มาโดยใช้วิธีตารางสำเร็จรูปของ krejcie และ Morgen ครูผู้สอน จำนวน 43 คน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 622 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้จำนวน 234 คน ได้มาโดยใช้วิธีตารางสำเร็จรูป krejcie และ Morgen วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพแวดล้อมและแนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล 1.1) ผลการศึกษาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีพบว่าสภาพแวดล้อมภายในเป็นจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อนและสภาพแวดล้อมภายนอกมีปัจจัยที่เป็นโอกาสมากว่าอุปสรรค โดยเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า สภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ได้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ (ปัจจัยภายใน) มี 7 ด้าน ได้แก่ ด้านยุทธศาสตร์ เป็นจุดแข็ง 5 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 4 ประเด็น ด้านโครงสร้างองค์กร เป็นจุดแข็ง 4 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น ด้านระบบองค์กร เป็นจุดแข็ง 6 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น ด้านทักษะและประสบการณ์ เป็นจุดแข็ง 5 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 2 ประเด็น ด้านคุณค่าร่วม เป็นจุดแข็ง 3 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น ด้านบุคลากร เป็นจุดแข็ง 4 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 2 ประเด็น ด้านรูปแบบการบริหารจัดการ เป็นจุดแข็ง 4 ประเด็น เป็นจุดอ่อน 1 ประเด็น สภาพแวดล้อมของโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ได้จาการประชุมเชิงปฏิบัติการ (ปัจจัยภายนอก) มี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านลูกค้า หรือผู้รับบริการเป็นโอกาส 2 ประเด็น เป็นอุปสรรค 2 ประเด็น ด้านสถานการณ์ ทางการเมืองเป็นโอกาส 3 ประเด็น เป็นอุปสรรค 1 ประเด็น ด้านเศรษฐกิจ เป็นโอกาส 2 ประเด็น เป็นอุปสรรค 1 ประเด็น ด้านสังคม เป็นโอกาส 3 ประเด็น เป็นอุปสรรค 1 ประเด็น ด้านเทคโนโลยี เป็นโอกาส 3 ประเด็น เป็นอุปสรรค 2 ประเด็น 1.2) ผลการศึกษาแนวทางการสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผลของสำนักการศึกษา เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีใน 3 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการนิเทศการศึกษา 2) ผลการสร้างกลยุทธ์การทำนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติหมอสม กับสภาพแวดล้อมโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง)ประกอบด้วย 4 ด้านดังนี้ ด้านที่ 1 ด้านการบริหารบุคลากรประกอบด้วย 7 กลยุทธ์ด้านที่ 2 ด้านการบริหารวัสดุอุปกรณ์และสื่ออำนวยความสะดวกประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ด้านที่ 3 ด้านการบริหารงบประมาณประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ ด้านที่ 4 ด้านการบริหารจัดการ ประกอบด้วย 9 กลยุทธ์ 3) ผลการประเมินกลยุทธ์การทำนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลโรงเรียนเทศบาล ๓ (ตลาดล่าง) ดังนี้ การประเมิน ความเหมาะสมค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ครูและนักมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน ตามความสนใจของนักเรียน และจัดทำกำหนดการสอนและออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนเท่ากับ 4.83 ค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ โรงเรียนส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการซ้อมอย่างหลากหลายโรงเรียนจัดประชุมหรือสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้และส่งเสริมความเป็นเลิศความถนัดและศักยภาพของนักเรียนเท่ากับ 4.80

      

ผลงานโดย :
คลิดูภาพขนาดใหญ่
สิริสมบูรณ์ อู่เงิน
เทศบาล ๓ (ตลาดล่าง)

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36
1115/23 ถ.ไกรสรสิทธิ์ ตำบลรอบเวียง จังหวัดเชียงราย
T.053601451 secondary36cripyo@gmail.com

[ คลิกที่นี่เข้าสู่ระบบ เข้าสู่ระบบ ]
©พัฒนาโปรแกรมโดย นายอภิวัฒน์ กันศรีเวียง